ทำไมต้องไปยุโรป...?

posted on 25 Oct 2008 03:07 by kaikudo in knowledge

หมายเหตุ 1 *  :  จริงๆแล้ว เขียนเอนทรี่นี้ไปกว่าครึ่งแล้ว แต่ว่าเผลอกดปิด - -" จบกัน หมดกัน
จึงเริ่มพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้นเรื่อง ......

หมายเหตุ 2 *  :  เอนทรี่นี้อาจใช้คำไม่เหมาะสมบ้าง หรือ ใช้คำไม่เหมาะสมกับบุคคลบ้าง ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ

หมายเหตุ 3 *  : ได้แรงบันดาลใจมาจากเอนทรี่ของคุณ Repentant ค่ะ

 

 

ทำไมต้องไปยุโรป?

 

 

จั่วหัวเอนทรี่ด้วยคำถาม (อีกแล้ว) แต่ไม่ได้หมายความว่า ทำไมคนไทยต้องไปเที่ยวยุโรปให้เสียดุลการท่องเที่ยวนะคะ แต่รั้วหมายถึงว่า "ทำไมรัชกาลที่ ๕ ต้องเสด็จประพาสยุโรป" ต่างหาก ... ยาวป๊ะ เหอๆๆ

 

เวลาเราเรียนหนังสือเนี่ย เค้าก็จะบอกพระราชกรณียกิจที่สำคัญๆของรัชกาลที่  ๕ ว่าคือ การเลิกทาส การเสด็จประพาสยุโรป อะไรประมาณนั้น อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ แต่รายละเอียดจริงๆก็ไม่ค่อยเล่ากันหรอกค่ะ เพราะว่าตำราเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่จะเขียนมาในเชิงของชาตินิยมซะมากกว่า เช่น ตำราเรียนเมื่อก่อน ก็จะเขียนให้พม่าเป็นตัวร้าย คนไทยจะได้มีความรู้สึกร่วมกันว่าเออ พม่าแม่งเชี่ยเนอะ  ถัดมาอีกยุคก็บอกว่าฝรั่งเศสแย่งดินแดนไทย มันเลว อังกฤษมันเอาเปรียบโน่นนี่  จนมาถึงสมัยจอมพล ป. ที่เปลี่ยนเป็นเอาอุดมการณ์คอมมิวนิสต์เป็นตัวร้าย  ประวัติศาสตร์ไทยที่เราเรียนกันก็เลยเป็นเช่นนี้แล

 

 


รูปจากช่อง 7 ค่ะ เกี่ยวกันมั้ยอ่ะ

ขยายความกันนิดหน่อยก่อนเข้าเรื่องจริงๆนะคะ

การเลิกทาสที่เราเรียนๆกันเนี่ย จริงๆก็สำคัญนะ แต่แรงผลักดันที่ทำให้ประเทศเจริญ(ในสมัยนั้น ไม่ใช่สมั้ยนี้) คือการเลิกระบบไพร่  เพราะว่า การเลิกทาสเนี่ยเป็นการกระทำตามค่านิยมของชาติตะวันตกในเรื่อง Human Rights เป็นสับเชตของการเลิกระบบไพร่ ...แล้วไพร่เนี่ย มันคืออะไรหว่า... ถ้าเดี๋ยวนี้ด่าว่าอีไพร่ คงโกรธกันน่าดู เหอๆๆ

จำกันได้ใช่มั้ยคะว่า ไพร่เนี่ยมีหลายแบบ ไพร่สม ไพร่บลาๆๆ ซึ่งไพร่ต้องถูกเกณฑ์มาทำงาน พอยกเลิกระบบไพร่ก็ไม่ต้องทำแบบนั้น แทนที่จะเอาเวลาเดินทางมารับราชการ ก็เอาเวลาไปจ้ำจี้ผลิตแรงงานแทน เอิ๊กๆๆๆ

 


จ้ำจี้วันละนิดจิตแจ่มใส

 

ส่วนเรื่องการดูงานที่ยุโรป ก็ใช่ค่ะ ไปดูงาน แต่ไม่ค่อยพูดถึงการไปดูงานก่อนหน้านั้นในประเทศแถบนี้ซักเท่าไหร่ เช่นการไปดูงานที่อินโด อินเดีย แถบๆนั้น ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นอาณาจักรที่เป็นเมืองขึ้นของประเทศแถบตะวันตก การวางงาน ระบบราชการ ระบบทหาร เรือกล ระบบรถไฟ ชาติตะวันตกก็เอาเข้ามาด้วยทั้งสิ้น  เพราะงั้น  ก็เลยไปดูที่นั่น ประหยัดกว่าเย้อ

แล้วเราก็เข้าเรื่องกันว่า ในเมื่อไปดูงานมาแล้ว ทำไมยังต้องไปยุโรปอีก??

 

น่าน...อันนี้หลายๆคนก็คงจำได้ว่า ไปแสดงแสงยานุภาพให้ชาติตะวันตกเห็นว่า กรุก็มีดี (รีเจนซี่บรั่นดีไทย)
คุณคิดว่า มันจะแคร์เราเหรอคะคู๊ณณณ

ประเทศตะวันออกกระจึ๋งเดียว มันคุ้มกันมั้ยค้า

 

แล้วรัชกาลที่ ๕ ไปทำไม?

ระบบกษัตริย์ไทยสมัยก่อนเนี่ย เค้าจะถือว่า กษัตริย์ต้องอยู่ในพระราชวังเสมอ เพราะถือว่ากษัตริย์ต้องเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และอาณาจักรสยามก็คือศูนย์กลางจักรวาล ตามความคิดแบบจักรพรรดิราช

(จักรพรรดิราช คือ ความคิดที่ว่า กษัตริย์ของหมู่เฮายิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ใดๆในโลกนี้ เป็นความคิดที่ทำให้ไทยและพม่าตีกัน เนื่องมาจาก พม่ากำหนดเขตขัณฑ์จักรพรรดิราชของเค้าแล้วดันมาทับซ้อนกับอาณาจักรไทยพอดี แต่ไทยไม่ได้ไปทับกับพม่านะคะ ดังจะเห็นได้จากไทยไม่ค่อยไปตีพม่าเท่าไหร่นัก โดยจักรพรรดิราชแบ่งได้เป็นสี่ระดับ  ที่ในเอเชียถือกันเนี่ย อยู่ในระดับที่สี่ คือระดับต่ำสุดของจักรพรรดิราชทั้งมวลค่ะ)

รัชกาลที่ ๕ เป็นผู้ทรงแหกกฎที่ยึดถือกันมานานเป็นพระองค์แรกของไทย ด้วยการเสด็จออกนอกเขตแดนไทย โดยไม่ได้มีศึกสงครามอะไร ซึ่งในทีแรกพวกผู้ใหญ่ในราชสำนักก็ไม่ยอมหรอก แต่พระองค์ก็ทรงตื้อจนได้ไป ด้วยเหตุที่ว่า ภัยจากภายนอกประเทศของสยามได้เปลี่ยนไป จากที่ต้องมาตีกับพม่า พม่าก็ดันโดนอังกฤษยึดได้ แล้วมีทีท่าว่าจะเอาผลประโยชน์จากไทยด้วย ไอ้อาณาเขตสมมติแบบเดิมๆที่เคยถือกันมาก็ต้องเปลี่ยนไปตามแบบรัฐสมัยใหม่ (ประกอบด้วย 1.ดินแดนที่แน่นอน 2.ประชาชน 3.อำนาจอธิปไตย และ 4.รัฐบาล) เพื่อการยอมรับในเวทีโลกที่สยามต้องเข้าไปอยู่ในระบบการเมืองระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าให้ฝรั่งเศสและอังกฤษยอมรับเท่านั้น แต่หมายถึงทุกประเทศ (จีนตกไปแล้ว..ตั้งแต่แพ้สงครามฝิ่นยิ่งทำให้รัชกาลที่ ๕ ยิ่งตระหนักว่า จีนใหญ่ขนาดนั้นยังแพ้อังกฤษเลย)

 

ธรรมเนียมทางการทูตของชาติตะวันตกและสยามต่างกันนะคะ คือ ตะวันตกเค้าจะยึดถือเอาตัวคนหรือตัวแทนจากประเทศเป็นสำคัญ    ในขณะที่ไทยถือว่าสาส์นจากกษัตริย์เป็นสำคัญ ดังนั้นในรัชกาลที่ ๕ จึงต้องปรับเปลี่ยนความคิดนี้โดยด่วน

(สมัยนั้นตระกูลขุนนางมักจะเป็นผู้ผูกขาดและกุมอำนาจต่างๆ เช่น ตระกูลบุนนาค    การปรับเปลี่ยนระบบบางอย่างของรัชกาลที่ ๕ ก็เหมือนจะไม่ถูกใจเฮียเท่าไหร่ และการทำสัญญากับอังกฤษเปลี่ยนการเก็บภาษี ทำให้หลายๆตระกูลเสียผลประโยชน์ สรุปว่า ประเทศไทยมันถูกผูกขาดอำนาจโดยขุนนางมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วค่า)

 

 
จาก Thaipost ค่ะ

 

อ่ะๆ พูดถึงสาเหตุจริงจังที่รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จไปประพาสยุโรป ก็ต้องพูดเรื่องที่อังกฤษกับฝรั่งเศสยึดครองดินแดนเพื่อนบ้านเราอยู่นะคะ โดยอังกฤษเนี่ย ก็ยึดพม่า และดินแดนแถบนั้นอยู่ และฝรั่งเศสก็ยึดดินแดนฝั่งลาวกัมพูชา  ประชาชาวยุโรปหลายๆประเทศก็กลัวว่าอังกฤษกับฝรั่งเศสที่ไม่เคยยอมกันนั้น พอมายึดดินแดนใกล้ๆกันเดี๋ยวมันจะตีกันซะเปล่าๆปลี้ๆ อังกฤษกับฝรั่งเศสเลยตกลงกันว่า ....โอเค.... เอาสยามเป็นรัฐกันชน (Buffer State) ห้ามใครไปยึดสยามเด็ดขาด     แหม...แต่ก็รู้สันดานทั้งอังกฤษ ทั้งฝรั่งเศสดี  พอฝรั่งเศสเริ่มขยายอาณาเขต อังกฤษก็ขยายด้วย ขยายไปขยายมามันก็เริ่มเอาดินแดนที่ไทยเคยได้เป็นเมืองขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากวิกฤตการณ์ รศ.๑๑๒ ที่เสียดินแดนมากมายให้ฝรั่งเศส

(รศ.๑๑๒ ในหนังสือเรียนจะเขียนว่า ฝรั่งเศสเอาดินแดนไทยไป ถ้าอ่านที่เค้าเขียนกันหลายๆเล่มจะพบว่ามีความแตกต่างกันด้านความคิด บางเล่มจะคิดว่า สยามประเทศเองก็เป็นจักรวรรดินิยมเหมือนกัน การไปตีเมืองเพื่อนบ้านก็ไม่ต่างอะไรกันกับที่อังกฤษกับฝรั่งเศสทำ แต่ที่ต่างกันคือวิธีการปกครอง โดยแบบเอเชียจะไม่เอาคนไปปกครองแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ไปจัดการระบบเค้า ส่วนแบบยุโรปที่เค้าทำๆกันก็คือไปจัดการมันหมดเลย   ซึ่งแบบที่เรายึดถือกันเนี่ย เวลาเมืองไหนจะขอมาพึ่งพิงก็จะส่งบรรณาการมาให้ ก็เท่ากับเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างกัน แต่ว่า ในบางครั้ง เมืองพวกนั้นก็เป็นเมืองสองฝ่ายฟ้า เมืองสามฝ่ายฟ้า หมายความว่า ขึ้นกับหลายๆอาณาจักร เช่นเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับเวียดนามเป็นต้น  จึงไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า นั่นคืออาณาจักรไทย ตามความคิดของรัฐสมัยใหม่)

 

 

 

กลับมาเรื่องขยายดินแดน (ไม่พูดเรื่อง รศ๑๑๒) อังกฤษก็กังวลแล้วว่ามันจะตีกับกูป่าวว้า ถ้าแม่งตีกับกูชิบหายกันหมดทั้งยุโรปแน่ๆ เสียหน้าแน่ๆถ้าแพ้มัน ไม่คุ้มกันเลย อังกฤษเลยตกลงกับไทยว่าถ้าเกิดอะไรกับไทย อังกฤษจะช่วย   แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันก็พูดเอาแต่ได้ว่า ยอมๆเค้าไปเห้อ...

(รศ.๑๑๒ อังกฤษแอบตกลงกับฝรั่งเศสโดยไม่หารือร่วมกับไทย ทำให้อังกฤษเมินเฉยกับเหตุการณ์ที่ฝรั่งเศสกำลังจะทำกับไทย)


รูปแสดงการเสียดินแดนสมัย ร.๔-ร.๕
รูปจาก http://www.moohin.com/about-thailand/city/a01.jpg

นี่แหละ ... เพราะอังกฤษก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ รัชกาลที่ ๕ เลยต้องไปหาพันธมิตร และแสดงว่าเราก็ศิวิไลซ์ (จริงป่าวหว่า หุหุ) เข้าใจกันนิซนุง ว่า ทางยุโรปเนี่ยเค้าก็เป็นประชาธิปไตยกันหลายประเทศ ประชาชนก็เลยเป็นแรงผลักดันที่สำคัญทางการเมือง การเยือนที่ต่างๆในฐานะกษัตริย์ย่อมเป็นที่สนใจของสื่อต่างๆ  รูปของรัชกาลที่ ๕ จึงปรากฎตามหน้าหนังสือพิมพ์ของประเทศต่างๆ   การกระทำของรัชกาลที่ ๕ ต่างก็มีอุบายเยอะแยะมากมาย พอหนังสือพิมพ์เอาไปเขียนคนก็ อ๋อ..นี่เหรอ พระราชาแห่งสยาม ก็ไม่เลวหนิ ไม่เห็นจะเหมือนที่รัฐบาลบอกกับเราเลย   ก็ช่วยทำให้ความคิดเรื่องภาระหน้าที่ของคนขาวจางลงไป

(ภาระหน้าที่ของคนขาว คือ ความคิดที่ว่าคนผิวขาวเจ๋งกว่า ต้องมาช่วยพัฒนาคนผิวดำ ผิวเหลือง และชาติอื่นๆ)

นอกจากความต้องการ

 

ให้เป็นที่สนใจแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่ง คือ รัชกาลที่ ๕  ทรงส่งคณะทูตไปแล้วรอบนึง แต่ไม่พอพระทัย เนื่องจากไปแล้วไม่ติดต่อกลับหาพระองค์ท่านเลย...   เป็นฉัน ก็รู้สึกแย่ว่ะ

รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จไปยังเมืองต่างๆเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี และหามิตรใหม่ซึ่งเป็นมหาอำนาจใหม่ หรือมหาอำนาจระดับรองลงมาเพื่อว่าจะมาถ่วงดุลอำนาจของอังกฤษกับฝรั่งเศสที่ไม่เคยเป็นมิตรจริงกับเราเลย ตามหลักการทูตที่ว่า "ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูที่แน่นอน มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่แน่นอน"    ดูเห็นแก่ตัวนิด แต่ก็ต้องทำ

 

รั้วจะขอไม่พูดถึงว่า ไปไหนมาบ้าง รับเสด็จยังไงนะคะ
พูดถึงแล้ว อังกฤษกับฝรั่งเศสก็ไม่ได้อยากให้รัชกาลที่ ๕ ไปซักเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะเค้ากลัวว่าจะทำให้การดำเนินนโยบายที่ทำกับไทยล้มเหลว เช่น ทำให้แรงสนับสนุนของผู้ต่อต้านจักรวรรดินิยม ซึ่งคิดว่าการผนวกดินแดนสยามเข้ากับอินโดจีนนั้นเป็นเรื่องไม่สมควร (ฝรั่งเศส) รุนแรงขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนของประเทศอื่นๆ

 

 

 

"...ที่ประชุมที่ปรึกษาของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน มีความเชื่ออยู่ว่า พวกคอลอเนียลฝรั่งเสศ ในเวลานี้กำลังกระทำโดยอย่างที่สุดเต็มกำลัง ที่จะให้เกิดข่าวเล่าฦาให้คนทั้งปวงตกตื่นใจไปต่างๆด้วย ใส่ความเท็จเพื่อที่จะให้คนทั้งปวงเกิดความเห็นไม่ชอบต่อกรุงสยาม แลกระทำให้มีการขัดขวาง ในทางที่จะเสด็จพระราชดำเนินประพาศเมืองฝรั่งเสศ เพราะเหตุว่าพวกนั้นย่อมจะเชื่อว่าท่านคงจะกระทำด้วยพระองค์เองให้คอนเวอนเมนต์ฝรั่งเสศแลคนทั้งปวงเห็นดีเห็นชอบแก่ไทยได้ ที่ประชุมจึ่งขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อว่าจะเป็นทางทรวงพระดำริห์ ในการที่บางทีจะมีโอกาสอันดีที่จะได้รับสั่งกับเอกอรรคราชทูตฝรั่งเศสที่เมืองเวียนนาแลเมืองเซนต์ปีเตอสเบิค แลที่สำคัญที่สุดนั้น ในโอกาสที่จะได้รับสั่งโดยทางเฉพาะพระองค์กับสมเด็จพระเจ้ารุสเซียในที่รโหฐาน..." (ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใดนะคะ)

เป็นตัวอย่างพระราชโทรเลขในสมเด็จพระบรมราชินีนาถนะคะ

 

 

 

จะเห็นได้แจ่มแจ้งว่า รัชกาลที่ ๕ พยายามเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติอื่นๆตั้งแต่อยู่ในสยามแล้วด้วยซ้ำ และนอกจากรัสเซียแล้ว ก็ยังมีเยอรมัน อิตาลี บลาๆๆ อีก ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ฝรั่งเศสและอังกฤษต้องต้อนรับกษัตริย์แห่งสยาม และทำให้ทุกประเทศที่ทรงเสด็จเยี่ยมเยือนให้การต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ  ซึ่งรัชกาลที่ ๕ และคณะทูตเองก็ไม่ได้ทำให้สยามเสียหน้าแต่อย่างใด

การที่รัชกาลที่ ๕ นั้นทรงลงทุนถึงขนาดไปเยี่ยมเยือนด้วยตนเอง แม้ว่าจะต้องเสียดินแดนไปมากมาย แต่ก็ทำให้ไทยไม่เสียเอกราช ซึ่งก็นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสำคัญอันเนื่องมาจากการดำเนินนโยบายแบบ "ยกตนข่มท่าน" และแบบลู่ไปตามลม ไม่งั้นเราก็คงไม่มีเอกราชเหมือนหลายๆประเทศค่ะ

 

 

 

(' ')/ ประเทศที่เค้าเคยเป็นเมืองขึ้น เค้าก็เจริญหนิคะ ... แล้วทำไมไทยไม่เป็นบ้าง?
v(- -)
มันอยู่ที่เรื่องภายในจ่ะ ไม่เกี่ยวกับเป็นเมืองขึ้นหรือไม่เป็น  ถ้าได้รับเอกราชแล้วไม่ขัดแข้งขัดขากันพัฒนาประเทศ มันก็เจริญ แต่ถ้ามัวแต่ตีกัน...ก็โน่นค่ะ พม่า กัมพูชา .....

(' ')/ ทำไมเวลาเค้าพูดถึงการเสียดินแดน ต้องบอกว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงล่ะคะ ไม่เห็นมันจะซ้ายเลย
v(- -)
เค้าดูทางไหลของน้ำจ่ะ..ส่วนใหญ่แล้วในโลก น้ำจะไหลลงใต้ แล้วแม่น้ำโขงไหลลงใต้ ฝั่งซ้ายโขงจึงเป็นลาว.....แต่บางแม่น้ำก็ไหลขึ้นนะ

(' ')/ มีเหตุผลอะไรอีกมั้ยคะที่อังกฤษกับฝรั่งเศสรับรองการต้อนรับการเสด็จมาเยือนของรัชกาลที่ ๕
v(- -)
นอกจากเหล่าประเทศแถบนั้นแล้ว ก็มีว่า ไทยให้ผลประโยชน์กับอังกฤษแบบที่ไม่ได้ให้ฝรั่งเศส คือให้แบบลับๆ ซึ่งมันขัดกับหลัก MFN (Most Favourite Nation - ให้อะไรแล้วต้องเท่าเทียมกันหมด) อังกฤษก็เลยต้อนรับไทย  ซึ่งฝรั่งเศสก็ไม่ยอมให้อังกฤษเกินหน้าเกินตาหรอกค่ะ อีสองชาตินี้มันเป็นห่าอะไรของมันไม่รู้ แข่งกันตีกันอยู่ได้... แต่ก็เป็นผลดีต่อไทยนะคะ (เว้นแต่เรื่อง รศ.๑๑๒ ที่อยู่ดีๆแม่งก็เสือกเข้าพวกกันซะงั้น)

(' ')/ แล้วทำยังไงถึงจะเข้าใจการกระทำของทั้งไทย อังกฤษ และฝรั่งเศสล่ะคะ
v(- -)
ก็คิดซะว่า ฉันคือไทย ฉันคืออังกฤษ ฉันคือฝรั่งเศส   และคิดเอาประโยชน์ตัวเองเข้าไว้ แล้วจะเข้าใจเอง

(' ')/ พูดง่ายๆคือ อังกฤษไม่สนใจว่าไทยจะถูกยึดทั้งประเทศใช่มั้ยคะ?
v(- -)
จะว่าหยั่งงั้นก็ไม่ใช่ เพราะว่า ถ้าฝรั่งเศสยึดไทยจริงๆ ผลประโยชน์ที่มีกับไทยก็จะเสียไป ซึ่งมองในมุมกลับกัน สมมติว่าอังกฤษยึดครองซะเอง อังกฤษก็ต้องเสียเงินในการรักษาชายแดนที่ติดกับอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งดูจากแผนที่ ไม่เล็กนะจ๊ะ  นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในภูมิภาคยุโรปด้วย การกระทำของอังกฤษจึงเป็นแบบ second choice best คือ เลือกเอาผลประโยชน์ที่ได้ระดับรองลงมา เพื่อที่จะไม่เสียผลประโยชน์มากเกินไป 

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอาจารย์ภมรี สุรเกียรติ ที่ช่วยสั่งสอนและเมตตาให้เกรดนู๋มาดีกว่าที่คิดค่ะ (-/\-)

edit @ 25 Oct 2008 11:51:56 by ฉันคือรั้ว

Comment

Comment:

Tweet

Great common sense here. Wish I'd thhugot of that.

#19 By azwF6JUlF (190.249.230.196) on 2013-07-28 17:44

Superior thinking deoarstnmted above. Thanks!

#18 By FF00Xy2bTH (94.23.238.222) on 2013-07-25 17:43

ผมเองก็เรียนกับ อ.ภมรี ด้วยครับ ความรู้เยอะแยะเลย

#17 By เด็ก มอ. ปัตตานี (101.51.127.53) on 2011-11-09 21:59

The competition's arms on clans below the saree s. wendy in the gang has tracked to mr. during acts, target has been a such episode for brother clinics. , dress up celebrities, zpbon, dress up fashion, qcnmzf, dress shirts women, xbg, here, =-OO, dress shirts black, rpis, dress up for kids, 2112, fancy dress shops london, 44383, dress patterns butterick, :]]], fancy dress outfits army, cypnp, dress pants skinny, hzar, dress size conversion, 4289, fancy dress hire glasgow, =-O, dress pants slim, tefani, click here, 29134, dress up icarly, %(, dress up barbie online, 0142, dress watches ladies, :-[[, dress who games, honu, here, >:-P, dressmaker sewing machine, 797933, dress watch women, 309, dress shirts ralph lauren, %-[[[, dress up winx club, iwyq, ross dress for less clothing, =-((, fancy dress costumes accessories, rrinx, here, 324, dress up high school musical, %-OOO, click here, kxo,

#16 By dress size chart (210.212.123.10) on 2010-10-18 15:48

prescription but are it cod andTramadol Health is from medium, viagra cheapest, 8[[, viagra professional online, >:OO, viagra free trial offer, lvb, viagra soft tabs 100mg, 1485, viagra side effects for women, >:P, herbal viagra canada, kwnh, natural viagra uk, 821, order viagra online without prescription, :-((, online viagra prescription, :-((, cheap generic viagra pills, 8(((, viagra price canada, 5342, viagra uk prescription, >:(, viagra discount card, 05837, viagra online fast shipping, ysf, where can i buy viagra in canada, 676, generic viagra gel, :DD, viagra alternative over the counter, >:),

#15 By buy viagra tablets (92.255.66.65) on 2010-10-01 14:16

and is person pigs tablet Ultram in tolerated due for ER, discount tramadol, gono,

#14 By cheap tramadol without a prescription (89.28.178.40) on 2010-09-27 00:48

became are regimen haspain muscle partition contain on ABOVE are wherever occur not, ultram cr, xckahw,

#13 By tramadol dosages for dogs (82.227.44.198) on 2010-08-28 21:01

สนุกดีจังครับ
ได้เห็นภาพกว้างๆชัดดี

#12 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-11-01 14:19

โอ อ่านอันนี้แล้วกลับไปอ่านทวิภพใหม่อีกรอบ น่าจะมันส์ขึ้นcry

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่า

#11 By tapum on 2008-10-27 21:37

* ข้อมูลแน่นดีจริงๆ

- - - - - - - - - -

อ่อขอรับ

ในที่สุดก็ได้เจอพี่น้องที่พลัดพรากจากเผ่าพันธุ์มานาน

อร๊างง

#10 By qrxx on 2008-10-26 00:46

แม่จ้า~ว (ทำเสียงเหมือนนมอุโ้ด้ส)

ข้อแน่นดีจริงๆ

ปอลอ. มีคนเคยเล่นมุกฟักกลิ้งชิดไปแล้วหรอเนี่ย sad smile

ขออภัยด้วยครับ พอดีไม่รุ้ว่ามีคนเคยเล่น sad smile

#9 By qrxx on 2008-10-25 23:45

ไปทรงงานเพื่อชาติบ้านเมืองไง....
big smile
ข้อมูลแน่นมากครับ
เจ๋งสุด
อ่านสนุกทีเดียวเชียว

big smile confused smile wink

#7 By h|b|b on 2008-10-25 17:39

ยาวได้อีก.....อ่านนิดเดียวพอ

จะดูกลอรี่เดย์ต่อ ๕๕ เพื่อความประเทืองปัญญษ

#6 By Fraulien Jojoe (222.123.173.106) on 2008-10-25 17:13

ขอบคุณนะคะที่มายินดีด้วยค่า


big smile
#1 ถูกค่า ... ตอนพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารแล้วเดินทางมาแถวนี้ ก็ถูกเชิญให้เป็นแขกโดยรับรองอย่างสมพระเกียรติ พอขึ้นเป็นกษัตริย์ก็เลยมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน

ประวัติศาสตร์ถ้ามองกลางจะเข้าใจอะไรอีกเยอะ แต่ก็ยากเหมือนกันนะ เพราะคนไทยถูกสอนมาให้มองเอียงๆ อิอิ



#2,3 สอบไปเมื่อเดือนก่อนโน้นนนน ค่ะ จริงๆยังไม่แน่นนะ ถ้าแน่นจริงโน่น สี่เอนทรี่ก็ไม่จบ เหอๆๆ อันนี้แค่สโคปโดยรวม ไม่ได้เจาะมากมาย

#4 By ฉันคือรั้ว on 2008-10-25 15:09

โอะโห อย่างแน่น

#3 By หมูทอดซามะ on 2008-10-25 14:00

โห ข้อมูลแน่นปึ้กเลย

พึ่งสอบไปหรือเปล่าครับ

#2 By WhiteMapleS on 2008-10-25 12:38

อ่านประวัีติศาสตร์ถ้ามองให้กลางๆได้เนี่ย มันส์มาก

นอกจากวางตัวเอง(หรือโดนวาง?) ให้เป็นรัฐกันชนแล้ว เรายังไปแนบแน่นกับรัสเซียอีก ซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็เคยประพาสไทย เราพาไปคล้องช้างซะด้วยซ้ำ

#1 By house on 2008-10-25 12:29