วันที่ฉันเป็นโรคจิต

posted on 22 Apr 2011 20:40 by kaikudo
ขึ้นหัวบล็อกซะน่ากลัวเลย Foot in mouth
 
วันนี้ จขบ ไปหาคุณหมอมาค่ะ อันเนื่องมาจากความเศร้าม๊ากมากของ จขบ ทำให้ต้องตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อไม่ให้อาการลุกลามไปกว่านี้ เพราะ จขบ มีความคิดว่า "เราต้องยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้"
 
อันที่จริง จขบ ไม่ได้เป็นถึงขนาดโรคจิต แก้ผ้าเดิน หรือทำตัวเป็นโฮมเลสมีอาการทางประสาท แค่ซึมเศร้าระดับกลางเนื่องมาจากเหตุการณ์กระทบจิตใจเฉยๆ ทีนี้ก็อยากจะแชร์ให้ฟังว่า การไปหาจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัวนะคะ มีอะไรคับข้องใจ กังวลใจนานๆ เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน คำปรึกษาจากแพทย์ก็น่าจะใช้ได้ แม้จะไม่ตรงใจก็ตาม อย่างน้อยก็มีเหตุผลของจิตเวชรองรับ
 
 
เล่าอีกทีนึง คือ จขบ ทะเลาะและเลิกกับแฟนค่ะ ซึ่ง  .... ทำให้ จขบ มีอาการเศร้า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ สมาธิแย่ลง อารมณ์อ่อนไหวง่าย หน้าชื่นอกตรม เป็นมาหลายวันจนคิดว่า เราคงมีอาการซึมเศร้า หรือ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เพราะอย่างนั้น ไปพบแพทย์เถอะ อย่าฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้เลย เค้าไม่ได้รับรู้อะไรกับเราหรอก
 
 
จขบ เลือกที่จะไปพบแพทย์ที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทางจิตเวช และมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ น่าจะให้คำแนะนำในการพบแพทย์ได้โอเค และเลือกไปนอกเวลาค่ะ
 
จขบ ไม่เคยเป็นโรคจิตมาก่อน (ฮา .. ไม่ออก) เลยไม่มีประวัติที่นี่ ก็เลยไปนั่งทำประวัติ ระหว่างที่ยื่นใบทำประวัติกับให้พยาบาลซักอาการเบื้องต้น มีแต่คนถามแล้วทำหน้าสงสัยว่า "มาคนเดียวเหรอคะ?" คนที่รู้สึกว่าจะเป็นโรคจิตมาคนเดียวไม่ได้เหรอวะ? กูงง ... แต่เมื่อมองรอบข้างแล้ว หลายๆคนก็เหมือนปกติทั่วไป ก็มากันหลายคน ตั้งแต่สองคน จนยกมาทั้งครอบครัว(ทำไม???) Foot in mouth
 
 
ทีนี้ พยาบาลเค้าใจดี ให้เลือกว่าอยากได้หมอผู้ชายหรือหมอผู้หญิงดี? เราก็เซ็งๆ อยู่ในอาการซึม บอกไปว่า เพศไหนก็ได้ค่ะ จัดมาเหอะ นั่งซักพักก็ถูกเชิญเข้าห้องหมอ .... จขบ ก็เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่ายังไงระหว่างเล่าต้องมีเขื่อนร้าว เขื่อนแตกแน่ๆ
 
 
ข้อควรกระทำ
-เวลาหาจิตแพทย์ คุณมีปัญหาอะไร บอกไปให้หมด ต้นสายปลายเหตุ พื้นเพชีวิต ลักษณะนิสัย วิธีมองคนของคุณ จะมากแค่ไหนก็บอกไป ปิดบังไปก็ไร้ค่า บอกหมดเสียดีกว่าจะได้รู้ว่าเราต้องทำยังไง
 
 
หมอก็ถามโดยเริ่มว่า ทำไมมาหาหมอ มีปัญหาอะไร เราก็เล่าไปตั้งแต่เรื่องน้อยใจของเรา ที่ทำให้เป็นต้นเหตุความแตกแยกของสองเรา รวมถึงตอนทะเลาะกัน ซัดกันไปกี่ฉาด น็อคกันไปกี่ยก ความรู้สึกของเราตอนนั้นเป็นยังไง แล้วหลังจากนั้นเรารู้สึกยังไง เราทำอะไรไปบ้าง
 
ทีนี้ถึงพื้นเพปูมหลังของเรา หมอก็จะถามเรื่องพ่อ แม่ ครอบครัว เป็นมายังไง ความสัมพันธ์แบบไหน อะไรยังไง มีเพื่อนเยอะมั้ย เพื่อนสนิทกี่คน ซึ่งในกรณีเรา เราไม่สนิทกับครอบครัวเลย และเพื่อนสนิทที่ไว้ใจมากก็น้อย คนที่เราไว้ใจที่สุดก็คือเค้า ดังนั้น หมอเลยวิเคราะห์ไปว่า จขบ ขาดที่ปรึกษา ขาดคนที่ไว้ใจ พื้นเพมาจากครอบครัวที่เรียกว่า..มีปัญหาหน่อย ไม่สมบูรณ์พร้อม พอคนที่ จขบ ไว้ใจที่สุดจากไปความรู้สึกและอะไรๆมันก็เลยพากันล้มลงไปด้วย แต่... จขบ ก็ยังเข้มแข็งพอที่จะไม่ทำร้ายตัวเอง
 
หมอยังถามต่ออีกว่า แล้วต่อจากนี้จะทำยังไง..ถ้าเค้าไม่ได้คิดอะไรกับเราแล้ว จะเอายังไงกับชีวิต ตอบหมอไปตรงๆเลยนะคะว่าไม่รู้ ถ้าเค้าไม่รักเราแล้วก็ต้องทำใจ ปล่อยเค้าไป แล้วเราก็ต้องมีชีวิตของเรา
 
 
สรุปคำแนะนำของหมอ
จขบ ควรจะหาอย่างอื่นทำจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา ควบคู่ไปกับเรื่องอื่นๆ ทำตัวให้เป็นปกติเข้าไว้ แม้ว่ามันจะฝืนก็ตาม และ ............ สุดท้ายหมอก็ต้องให้ยามากินช่วยสร้างความสุข กับให้หลับ เพราะ จขบ นอน 2-3 ชม. มาหลายวันแล้ว (เพราะงั้นใครที่วอลล์มา หรือเมสเซสมาตอนกลางคืนหรือใกล้รุ่ง ชั้นได้อ่านแบบรีลไทม์ทุกอันย่ะ) ไม่งั้นมันจะพัฒนาเป็นโรคจิตจริงจัง เนื่องจากเคสของ จขบ สามารถพัฒนาไปเป็นโรคจิตได้ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ถึงแม้ว่าหมอจะสรุปว่าดิฉันเป็นคนเข้มแข็งในระดับหนึ่งก็ตาม
 
 
 
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า ถ้าเรารู้สึกว่าเราเศร้า เราเปลี่ยนไป อย่ากลัวที่จะไปหาจิตแพทย์ค่ะ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ดีด้วยซ้ำที่ได้รู้ว่าเป็นอะไร แล้วเราควรจะทำยังไง และขอให้สู้ต่อไปอย่ายอมแพ้กับชีวิตค่ะ
 
 
สู้ๆ Smile

edit @ 22 Apr 2011 21:23:23 by ฉันคือรั้ว

Comment

Comment:

Tweet

Heckuva good job. I sure <a href="http://lhdcxf.com">apeiacrpte</a> it.

#9 By PikKOAlg (221.178.200.121) on 2013-07-27 00:48

You've really helped me unadestrnd the issues. Thanks.

#8 By 15FcW18x (194.105.50.26) on 2013-07-25 09:55

บางครั้งเราก็เป็นแบบนี้ค่ะ ซึมเศร้า ^^
แต่หลังๆมานี้ค้นพบงานอดิเรกของตัวเอง เลยลืมเรื่องเศร้าๆไปหมดเลย (ทิ้งเกลี้ยง!)
เพราะฉะนั้น จขบ. ลองหาอะไรใหม่ๆทำดูนะคะ ที่ไม่ใช่กิจวัตรเดิมๆ
เผื่อจะค้นพบความสุขใหม่ของเราได้

เป็นกำลังใจให้ค่ะ confused smile

#7 By Sawakaze on 2011-11-21 18:13

สู้ๆครับท่าน

#6 By รั่วซึม (203.131.215.169) on 2011-08-25 11:27

นั่นสินะ...
เท่าที่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
ฉันรู้สึกว่าคุณเป็นคนเข้่มแข็งมากทีเดียว
เพราะไม่่ว่าจะอยู่ในภาวะซึมเศร้าเพียงใด
แต่คุณก็ยังรู้เท่าทันถึงความซึมเศร้านั้นของตัวเอง
และมีสติพอที่จะหาทางออกให้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
แค่นี้...ก็สุดยอดแล้วนะ

แถมยังมี "สู้ๆ" ลงท้ายอีก...
เคสนี้ ไม่น่าจะพัฒนาเป็นจิตเภทได้...ยืนยัน...lol

มองย้อนกลับมาที่ตัวฉันเอง...
สารภาพว่าไม่สามารถทำได้อย่างคุณ...
เพราะการต้องไประบายความรู้สึกของตัวเองให้คนแปลกหน้า (แม้จะเป็นจิตแพทย์ก็เถอะ) ถึงเป็นสิ่งไม่สามารถปฏิบัติได้อันดับต้น ๆ ของฉันก็ว่าได้
เพราะฉะนั้น...ทุกสิ่งจึงถูกเก็บไว้กับตัวจนหมดสิ้น...

เอ... หรือว่าในเคสของฉันมันพัฒนาไปเป็นโรคจิตตั้งนานแล้ว....ก็ไม่รู้แฮะ...big smile

#5 By KeRoRo on 2011-06-20 22:02

คนเราจะมีเวลาทุกยากด้วยกันทั้งนั้น ..แล้วจะผ่านไปนะคะHot! Hot!

#4 By จดจำไว้เสมอ on 2011-05-14 14:34

ทำใจให้สบายๆ นะคะ เจ้าของบล๊อค

#3 By por_kk on 2011-04-23 02:54

ผมคิดว่าการไปหาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องผิดนะ (แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า บ้า น่ากลัว อะไรแบบนั้น)

แต่ผมไม่ค่อยชอบจิตแพทย์ที่เอะอะๆ จ่ายยาแฮะ
(เจอมากับตัว = =)

สู้ๆกับชีวิตเช่นกัน

#2 By ... on 2011-04-22 21:26

สำหรับเราไม่ต้องพบจิตแพทย์
แต่เป็นการบอกให้เพื่อนฟัง
บอกผ่านบล็อค พิมพ์ผ่านไดอารี
การมีใครซักคนรับฟังเนี่ย
มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นจริงๆนั่นแหละ ^^
สู้ๆนะคะ เราเองก็พึ่งผ่านจุดนัั้นมาได้ ซักพักนึงแล้ว ^^"

#1 By Arisara on 2011-04-22 21:24